← บทความทั้งหมด

MP3 กับ WAV ต่างกันอย่างไร ควรใช้อันไหน

คนที่ค้นหาวิธีโหลดเสียงเป็นไฟล์ WAV มักมีความเข้าใจว่า WAV คุณภาพดีกว่า MP3 ซึ่งถูกในบางแง่ แต่ไม่ได้แปลว่าควรใช้ WAV ในทุกกรณี

ต่างกันที่วิธีเก็บข้อมูล

WAV เก็บคลื่นเสียงไว้แบบเต็ม ไม่ตัดอะไรออก จึงได้ข้อมูลครบและไฟล์ใหญ่มาก เพลงสามนาทีอาจใหญ่ราว 30 เมกะไบต์

MP3 ตัดข้อมูลบางส่วนที่หูคนทั่วไปแยกไม่ออกทิ้งไป เพื่อให้ไฟล์เล็กลงมาก เพลงสามนาทีที่ 192 kbps อยู่ราว 4 เมกะไบต์ หรือประมาณหนึ่งในเจ็ดของ WAV

ใครควรใช้ WAV

คนที่จะเอาเสียงไปทำงานต่อ เช่นตัดต่อ ผสมเสียง ปรับแต่ง หรือส่งเข้าห้องอัด เพราะทุกครั้งที่แปลงไฟล์ MP3 ซ้ำ ข้อมูลจะถูกตัดออกอีกรอบ ทำงานจากไฟล์ที่ข้อมูลครบจึงปลอดภัยกว่า

ใครควรใช้ MP3

คนที่จะฟัง ซึ่งคือคนส่วนใหญ่ ไฟล์เล็กกว่าเจ็ดเท่า เปิดได้ทุกเครื่องทุกแอป และในสถานการณ์ฟังจริงคือลำโพงมือถือ หูฟังไร้สาย หรือลำโพงในรถ แทบไม่มีใครแยกความต่างออก

จุดสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้จบ

ถ้าต้นทางเป็นคลิปจากโซเชียล เสียงในคลิปนั้นถูกบีบอัดมาแล้วตั้งแต่ตอนอัปโหลด ไม่มีแพลตฟอร์มไหนเก็บเสียงแบบไม่บีบอัดไว้ให้

ดังนั้นการดึงเสียงออกมาเป็น WAV จากคลิปโซเชียล จะได้ไฟล์ที่ใหญ่กว่าเจ็ดเท่าโดยที่เสียงไม่ได้ดีขึ้นเลย เพราะข้อมูลที่หายไปแล้วไม่กลับมา มันเหมือนการถ่ายเอกสารจากสำเนา ต่อให้ใช้กระดาษดีขึ้นก็ไม่ทำให้ต้นฉบับชัดขึ้น

นี่คือเหตุที่เว็บนี้ให้ MP3 อย่างเดียว มันคือรูปแบบที่ตรงกับสิ่งที่ต้นทางมีอยู่จริง และเปิดได้ทุกที่

ถ้ายังต้องการ WAV จริงๆ

แปลงจาก MP3 ที่โหลดมาได้ด้วยแอปบนเครื่อง แต่ต้องเข้าใจว่านั่นคือการห่อไฟล์เดิมด้วยรูปแบบที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่การเพิ่มคุณภาพ

ถ้าต้องการเสียงคุณภาพสูงจริงๆ สำหรับงาน ทางที่ถูกคือหาต้นฉบับจากแหล่งที่ขายหรือแจกไฟล์คุณภาพสูงโดยตรง ไม่ใช่ดึงจากคลิปโซเชียล

ไปที่เครื่องมือดาวน์โหลด

แท็กของบทความนี้

หัวข้อยอดนิยม