มีคลิปหลายประเภทที่เราไม่เคยมองจอเลยตอนฟัง เช่นพอดแคสต์ คลิปบรรยาย คลิปสัมภาษณ์ หรือเพลงที่เปิดฟังตอนขับรถ สำหรับคลิปแบบนี้การเก็บเป็นไฟล์วิดีโอคือการเก็บภาพที่ไม่มีใครดูไว้เต็มเครื่อง
ต่างกันเท่าไหร่
ภาพกินพื้นที่มากกว่าเสียงหลายเท่า ตัวเลขคร่าวๆ สำหรับคลิปความยาวหนึ่งชั่วโมง
- วิดีโอ 1080p อยู่ราวหลายร้อยเมกะไบต์ถึงเกินหนึ่งกิกะไบต์
- วิดีโอ 720p อยู่ราวครึ่งหนึ่งของนั้น
- เสียง MP3 ที่ 128 kbps อยู่ราว 55 เมกะไบต์
- เสียง MP3 ที่ 64 kbps อยู่ราว 28 เมกะไบต์
พูดง่ายๆ คือคลิปบรรยายหนึ่งชั่วโมงที่เก็บเป็นเสียงล้วน ใช้พื้นที่ประมาณหนึ่งในสิบของการเก็บเป็นวิดีโอ
คลิปแบบไหนควรเก็บเป็นเสียง
- พอดแคสต์และรายการสัมภาษณ์ — ภาพมักเป็นคนนั่งคุยกัน ไม่มีข้อมูลที่ต้องมอง
- คลิปบรรยายและคลิปสอนทฤษฎี — ฟังทบทวนได้ แต่ถ้าเป็นคลิปสอนที่ต้องดูขั้นตอนบนหน้าจอ ให้เก็บเป็นวิดีโอ
- เพลง — ยกเว้นมิวสิกวิดีโอที่อยากดูภาพ
- เสียงธรรมะ นิทาน หนังสือเสียง — ฟังก่อนนอนหรือระหว่างเดินทาง
ข้อดีที่ไม่ใช่เรื่องพื้นที่
ไฟล์เสียงมีข้อดีอีกอย่างที่คนไม่ค่อยนึกถึง คือเล่นต่อได้ตอนล็อกหน้าจอ เครื่องเล่นเพลงบนมือถือเล่นไฟล์เสียงต่อได้แม้ปิดจอ ซึ่งประหยัดแบตเตอรี่กว่าการเปิดวิดีโอค้างไว้มาก
และไฟล์เสียงยังโหลดเสร็จเร็วกว่าด้วย เพราะเล็กกว่าและมักไม่ต้องรอขั้นตอนรวมไฟล์ภาพกับเสียงเข้าด้วยกัน
วิธีทำ
วางลิงก์คลิปแล้วเลือกตัวเลือกในคอลัมน์เสียง ไม่ใช่ความละเอียดวิดีโอ เลือกบิตเรตตามการใช้งาน สำหรับเสียงพูด 64 kbps เพียงพอ สำหรับเพลง 192 kbps เหมาะกว่า
ข้อควรรู้เรื่องความยาว
คลิปที่ยาวมากจะถูกปฏิเสธ เพื่อให้ระบบยังรองรับผู้ใช้ทุกคนได้ พอดแคสต์หรือคลิปบรรยายความยาวปกติไม่มีปัญหา แต่คลิปที่ยาวหลายชั่วโมงอาจเกินขอบเขต ถ้าเจอกรณีนี้ ทางออกคือหาว่ารายการนั้นมีแบบแบ่งตอนหรือไม่