เสียงเรียกเข้าที่มาจากเพลงหรือคลิปที่เราชอบเองยังเป็นสิ่งที่คนไทยหากันเยอะ ขั้นตอนไม่ยาก แต่มีจุดที่ไอโฟนกับแอนดรอยด์ต่างกันชัดเจน และควรรู้ก่อนเริ่มเพื่อไม่ให้เสียเวลา
ภาพรวมสามขั้น
- ดึงเสียงจากคลิปออกมาเป็นไฟล์ MP3
- ตัดให้เหลือช่วงที่ต้องการ ปกติ 20 ถึง 30 วินาที
- ตั้งไฟล์นั้นเป็นเสียงเรียกเข้าในเครื่อง
ขั้นแรกทำบนเว็บได้ ส่วนขั้นที่สองและสามต้องทำบนเครื่องคุณเอง ไม่มีเว็บไหนตั้งเสียงเรียกเข้าให้ได้ เพราะระบบปฏิบัติการไม่อนุญาตให้เว็บแตะการตั้งค่าส่วนนั้น
ขั้นที่ 1: ได้ไฟล์ MP3 มาก่อน
วางลิงก์คลิปแล้วเลือกตัวเลือกในคอลัมน์เสียงแทนความละเอียดวิดีโอ สำหรับเสียงเรียกเข้า 128 kbps เพียงพอมาก เพราะลำโพงโทรศัพท์ที่ใช้เล่นเสียงเรียกเข้าไม่ได้ละเอียดพอจะแยกความต่าง และไฟล์เล็กกว่าก็โหลดเร็วกว่า
ขั้นที่ 2: ตัดให้สั้น
เสียงเรียกเข้าที่ดีควรอยู่ราว 20 ถึง 30 วินาที และควรเริ่มที่ท่อนที่จำได้ทันที ไม่ใช่เริ่มจากช่วงเงียบตอนต้นเพลง เพราะสายจะถูกรับก่อนที่เสียงจะมาถึงท่อนนั้น
ใช้แอปตัดเสียงบนเครื่องได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ สิ่งที่ต้องดูคือให้แอปนั้น ส่งออกเป็นไฟล์ได้ ไม่ใช่แค่เล่นตัวอย่างให้ฟัง
ขั้นที่ 3ก: ตั้งบนแอนดรอยด์
แอนดรอยด์ตรงไปตรงมากว่า
- ย้ายไฟล์ MP3 เข้าเครื่อง ปกติไว้ในโฟลเดอร์ Ringtones หรือ Download ก็ได้
- เข้าการตั้งค่า เลือกเสียง แล้วเลือกเสียงเรียกเข้า
- มองหาตัวเลือกที่ให้เพิ่มจากไฟล์ในเครื่อง แล้วเลือกไฟล์ของคุณ
บางรุ่นเรียกเมนูไม่เหมือนกัน แต่หลักคือหาที่ที่ให้เลือกไฟล์จากเครื่องแทนรายการเสียงที่ติดมา
ขั้นที่ 3ข: ตั้งบนไอโฟน
ไอโฟนมีขั้นตอนเพิ่มที่คนมักไม่รู้ คือ ไฟล์ MP3 ใช้เป็นเสียงเรียกเข้าโดยตรงไม่ได้ ต้องแปลงเป็นไฟล์นามสกุล .m4r ก่อน
วิธีที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์คือใช้แอป GarageBand ที่ติดมากับเครื่อง นำไฟล์เสียงเข้าไป ตัดให้สั้น แล้วสั่งส่งออกเป็นเสียงเรียกเข้า แอปจะจัดการเรื่องนามสกุลให้เอง หลังจากนั้นเสียงจะไปโผล่ในรายการที่การตั้งค่า
ถ้าถนัดใช้คอมพิวเตอร์ก็ทำผ่านแอปเพลงบนเครื่องแล้วซิงก์เข้าไอโฟนได้เช่นกัน
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ดึงเสียงได้จากคลิปที่เปิดสาธารณะเท่านั้น คลิปในบัญชีส่วนตัวหรือกลุ่มปิดดึงไม่ได้
อีกเรื่องคือลิขสิทธิ์ การทำเสียงเรียกเข้าจากเพลงไว้ใช้ในเครื่องตัวเองเป็นการใช้ส่วนบุคคล แต่การนำไฟล์นั้นไปแจกจ่ายหรือขายต่อเป็นเรื่องคนละอย่างและเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์