เวลาดึงเสียงจากคลิปออกมาเป็นไฟล์ MP3 คุณจะเจอตัวเลขให้เลือก เช่น 64, 128 หรือ 192 kbps ตัวเลขนี้คือบิตเรต และการเข้าใจมันช่วยให้เลือกได้เหมาะกับสิ่งที่จะเอาไปทำ
บิตเรตคืออะไร
บิตเรตคือปริมาณข้อมูลที่ใช้เก็บเสียงต่อหนึ่งวินาที ยิ่งสูงยิ่งเก็บรายละเอียดได้มากและไฟล์ยิ่งใหญ่
เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนการจดคำบรรยายภาพ ถ้าให้เขียนได้สิบคำก็ได้ใจความคร่าวๆ ถ้าให้เขียนได้ร้อยคำก็ได้รายละเอียดครบกว่า แต่ถ้าภาพต้นฉบับเบลอตั้งแต่แรก จะให้เขียนกี่คำก็ไม่ทำให้ภาพชัดขึ้น
ควรเลือกเท่าไหร่
- 64 kbps — ไฟล์เล็กมาก เหมาะกับเสียงพูดล้วน เช่นคลิปบรรยายหรือคลิปสอนที่ต้องการเก็บไว้เยอะๆ โดยไม่กินพื้นที่
- 128 kbps — เพียงพอสำหรับพอดแคสต์ บทสัมภาษณ์ และการฟังผ่านลำโพงมือถือหรือลำโพงในรถ คนส่วนใหญ่แยกจากไฟล์ที่สูงกว่าไม่ออกในสถานการณ์เหล่านี้
- 192 kbps — จุดกลางที่ลงตัวสำหรับเพลง ถ้าฟังผ่านหูฟังที่ดีจะเริ่มเห็นความต่างจาก 128
เรื่องที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด
เสียงที่ได้จะดีกว่าเสียงที่แพลตฟอร์มเก็บไว้ไม่ได้
ถ้าคลิปต้นทางมีเสียงคุณภาพปานกลาง การเลือก 192 kbps ไม่ได้เติมรายละเอียดที่ไม่มีอยู่กลับเข้าไป มันเพียงทำให้ สูญเสียน้อยลง ตอนแปลง ผลคือได้ไฟล์ใหญ่ขึ้นแต่เสียงเหมือนเดิม
ในทางกลับกัน ถ้าคลิปต้นทางเสียงดีมาก การเลือก 64 kbps จะทำให้เสียงแย่ลงจริง เพราะข้อมูลถูกตัดออกไปเยอะ
หลักที่ใช้ได้คือ เลือกให้เหมาะกับวิธีที่จะฟัง ไม่ใช่เลือกเลขสูงสุดเสมอ ฟังในรถหรือระหว่างเดิน 128 พอ ฟังจริงจังผ่านหูฟังดีๆ ค่อยขึ้น 192
ทำไมบางครั้ง MP3 ใช้เวลานานกว่าโหลดวิดีโอ
คลิปบางคลิปมีแทร็กเสียงเก็บแยกไว้แล้ว กรณีนี้ส่งต่อได้เกือบทันที แต่คลิปบางคลิปเก็บเสียงในรูปแบบที่ต้องแปลงเป็น MP3 ก่อน ซึ่งใช้เวลาสองสามวินาทีบนเซิร์ฟเวอร์
นั่นคือเหตุที่แถบความคืบหน้าบางครั้งดูเหมือนหยุดตอนใกล้จบ มันคือขั้นตอนแปลงไฟล์ที่กำลังเสร็จ ไม่ใช่การค้าง
ชื่อไฟล์
ไฟล์ที่ได้จะตั้งชื่อตามชื่อคลิปต้นทาง ทำให้ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนชื่อเองทีหลังเมื่อโหลดหลายไฟล์ติดกัน