ปัญหาไฟล์ใหญ่เกินไปมักโผล่ขึ้นตอนจะส่งไฟล์ให้คนอื่น หรือตอนเครื่องเตือนว่าพื้นที่ไม่พอ ทางแก้ที่ดีที่สุดคือป้องกันตั้งแต่ตอนโหลด
วิธีที่ดีที่สุด: เลือกความละเอียดให้เหมาะตั้งแต่ต้น
ตัวเลือกความละเอียดจะแสดงขนาดไฟล์ประมาณไว้ให้ก่อนกด ควรดูตัวเลขนั้นแล้วเลือกให้เหมาะกับสิ่งที่จะเอาไปทำ
ความต่างระหว่าง 1080p กับ 720p ของคลิปเดียวกันมักอยู่ราวครึ่งหนึ่ง และบนหน้าจอมือถือคนส่วนใหญ่แยกกันไม่ออก การเลือก 720p ตั้งแต่แรกจึงประหยัดกว่าการโหลด 1080p มาแล้วมาบีบอัดทีหลัง ซึ่งเสียคุณภาพเพิ่มอีกรอบ
ขอบเขตขนาดไฟล์ที่เจอบ่อย
รู้ตัวเลขไว้ช่วยให้เลือกได้ถูกตั้งแต่แรก
- แนบอีเมล — ส่วนใหญ่จำกัดราว 25 MB ซึ่งเล็กมากสำหรับวิดีโอ วิธีที่ใช้ได้จริงคือส่งลิงก์คลาวด์แทนการแนบไฟล์
- แอปแชท — แต่ละแอปต่างกันมาก ตั้งแต่หลักสิบเมกะไบต์ถึงหลักกิกะไบต์ และหลายแอปบีบอัดคลิปให้อีกรอบเองโดยไม่บอก ซึ่งเป็นเหตุที่คลิปที่ส่งผ่านแชทมักเบลอกว่าต้นฉบับ
- ลงโซเชียล — แพลตฟอร์มบีบอัดใหม่ทุกครั้งอยู่แล้ว จึงไม่ต้องส่งไฟล์ใหญ่สุดไป
ถ้าไฟล์ใหญ่อยู่ในมือแล้ว
เรียงจากวิธีที่เสียคุณภาพน้อยที่สุด
- โหลดใหม่ที่ความละเอียดต่ำลง — เสียคุณภาพน้อยที่สุด เพราะได้ไฟล์ที่แพลตฟอร์มเตรียมไว้สำหรับความละเอียดนั้นโดยตรง ไม่ใช่การบีบอัดซ้ำ
- ตัดเฉพาะช่วงที่ต้องการ — ถ้าจริงๆ ต้องใช้แค่บางช่วง การตัดลดขนาดได้ตามสัดส่วนโดยไม่เสียคุณภาพส่วนที่เหลือเลย
- เอาแค่เสียง — ถ้าไม่ได้ต้องดูภาพ ไฟล์ MP3 เล็กกว่าวิดีโอราวสิบเท่า
- บีบอัดด้วยแอป — ทางเลือกสุดท้าย เพราะเป็นการบีบอัดของที่ถูกบีบอัดมาแล้ว ผลคือภาพเบลอและมีรอยเป็นก้อนสี่เหลี่ยม
ทำไมการบีบอัดซ้ำให้ผลแย่
คลิปจากโซเชียลถูกบีบอัดมาแล้วตอนอัปโหลด การบีบอัดอีกรอบคือการตัดข้อมูลจากของที่ถูกตัดไปแล้ว เหมือนถ่ายเอกสารจากสำเนา ยิ่งทำยิ่งอ่านยาก
นี่คือเหตุที่ลำดับข้างบนวางการบีบอัดไว้ท้ายสุด ถ้าเลือกได้ ให้ย้อนกลับไปโหลดที่ความละเอียดต่ำลงแทน
ตัวเลขคร่าวๆ ให้ประมาณได้
สำหรับคลิปความยาวสิบนาที
- 1080p อยู่ราว 150 ถึง 300 MB
- 720p อยู่ราว 70 ถึง 150 MB
- 480p อยู่ราว 40 ถึง 80 MB
- MP3 ที่ 128 kbps อยู่ราว 9 MB
ตัวเลขจริงต่างกันตามความเคลื่อนไหวในภาพ คลิปที่ภาพนิ่งๆ เล็กกว่าคลิปที่ภาพเคลื่อนไหวเร็วอย่างเห็นได้ชัด